ตลาดหลักทรัพย์ไทย
ระยะสั้นเสี่ยง
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่กลับมาร้อนแรง ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,309.95 จุด เพิ่มขึ้น 23.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.88 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 12
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (19/5) ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง 390 จุด หลังข้อมูลการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท Moderna ยังขาดข้อมูลที่พอเพียง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap) ทะลุผ่านแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,303 จุด และปิดขึ้นเหนือแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 1,306 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงที่ 1,318 จุด แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีโอกาสพักตัวลง สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ระยะสั้นควรระวังดัชนีเปิดสูงปิดต่ำ
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่น II,E ที่ 969 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นเป็นคลื่น i) โดยมีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement 1,306 จุด เป็นเป้าหมาย และดัชนีตลาดจะพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ และดัชนีตลาดต้องปรับลดลงไม่ต่ำกว่า 969 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นจะเผชิญแรงขาย ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,317 – 1,330 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,301 – 1,290 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
ระยะสั้นเสี่ยง
แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่กลับมาร้อนแรง ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,309.95 จุด เพิ่มขึ้น 23.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.88 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคัลกลับมาเป็นบวก ภาวะซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence จะทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีความเสี่ยง ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 12
ตลาดหุ้นนิวยอร์กประจำวันอังคาร (19/5) ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง 390 จุด หลังข้อมูลการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ของบริษัท Moderna ยังขาดข้อมูลที่พอเพียง
ปัจจัยทางเทคนิค
จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นแบบมีช่องว่าง (Gap) ทะลุผ่านแนวต้านของจุดสูงเก่าที่ 1,303 จุด และปิดขึ้นเหนือแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement ที่ 1,306 จุด ขึ้นมาทำจุดสูงที่ 1,318 จุด แท่งเทียนเกิดเป็นสตาร์ร่วมกับการเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ RSI ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นมีโอกาสพักตัวลง สัญญาณ DMI ขาดทิศทางที่ชัดเจน ระยะสั้นควรระวังดัชนีเปิดสูงปิดต่ำ
จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลงเป็นคลื่น II,E ที่ 969 จุด ดัชนีตลาดดีดตัวขึ้นเป็นคลื่น i) โดยมีแนวต้าน 38.2% Fibonacci Retracement 1,306 จุด เป็นเป้าหมาย และดัชนีตลาดจะพักตัวลงเป็นคลื่นปรับ (Corrective wave) คลื่น ii) ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ 1,174 จุด, 1,135 จุด และ 1,096 จุด ตามลำดับ และดัชนีตลาดต้องปรับลดลงไม่ต่ำกว่า 969 จุด
สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก สัญญาณ RSI เกิดสัญญาณ Bearish Divergence ซึ่งเป็นสัญญาณปลายตลาดขาขึ้น ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นจะเผชิญแรงขาย ทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสพักตัวลง
ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ระยะสั้น มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,317 – 1,330 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,301 – 1,290 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นรายตัว (เพิ่มพอร์ตการลงทุนเป็น 20 เปอร์เซ็นต์) เมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,083 จุด
免責聲明
這些資訊和出版物並非旨在提供,也不構成TradingView提供或認可的任何形式的財務、投資、交易或其他類型的建議或推薦。請閱讀使用條款以了解更多資訊。
免責聲明
這些資訊和出版物並非旨在提供,也不構成TradingView提供或認可的任何形式的財務、投資、交易或其他類型的建議或推薦。請閱讀使用條款以了解更多資訊。
